NBA กับเพลย์ออฟที่บรรยากาศเงียบเหงา

      ขณะที่ผู้เขียนกำลังนั่งเขียนบทความนี้ NBA รอบเพลย์ออฟก็ได้แข่งจบไปแล้วทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก โดยแข่งไปฝั่งละ 1 เกมเท่ากัน มีทั้งคู่ที่ออกมาพลิกผล หักปากกาเซียนกันแบบแปลกใจ วันนี้จะขอพาผู้อ่านทุกท่านไปรีวิวแต่ละคู่ พร้อมทั้งแสดงทรรศนะถึงผลของทั้ง 8 คู่ โดยในวันนี้จะขอรีวิวจากสี่คู่ก่อน

  1. ยูท่าห์ แจ๊ส – เดนเวอร์ นักเก็ตส์ (1-0)

               ยูท่าห์ในเกมแรกเปิดหัวมาได้ไม่ดีนักเมื่อพวกเขาต้องพ่ายให้แก่ลูกทีมของไมก์ มาโลนไปก่อน 135-125 ในช่วงต่อเวลา แม้เจ้าสไปเดอร์ “โดโนแวน มิทเชล” จะแผลงฤทธิ์ทำสกอร์สูงสุดตลอดอาชีพ 57 แต้ม แต่ยังไม่ดีพอที่จะแบกทีมของพวกเขาให้ชนะได้ และในนัดแรก พวกเขาไม่มีแกนหลักสำคัญอย่างไมก์ คอนลี่ที่ไม่ได้ลงเล่น และสำรองคนสำคัญอย่างโบกี้ที่มีอาการบาดเจ็บเอว รวมถึงเซ็นเตอร์มือสองอย่างเอ็ด เดวิสที่บาดเจ็บเข่า ทำให้พวกเขาเป็นรองในเรื่องตัวผู้เล่นอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามเป็นที่แน่นอนแล้วว่าคอนลี่จะถูกกักตัวก่อน ส่วนอีกสองรายต้องติดตามอาการบาดเจ็บต่อไป ในขณะที่เดนเวอร์ นักเก็ตส์ พวกเขาขาดแกร์รี่ แฮร์ริส คู่การ์ดคนสำคัญของเมอร์เรย์และสำรองทีเด็ดอย่างวิล บาร์ตัน แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เมื่อเมอร์เรย์และโจ๊กเกอร์ต่างช่วยกันกดสกอร์ไปคนละ 36 และ 29 แต้มตามลำดับช่วยให้ทีมเก็บชัยได้ในนัดแรก ซึ่งส่วนตัวแล้วผู้เขียนมองว่าซีรีส์นี้เป็นซีรีส์ที่น่าจะเบียดกันสนุกไปจนถึงเกมที่เจ็ด เพราะด้วยตัวผู้เล่นที่มีซุปเปอร์สตาร์ประจำทีมและสำรองทีเด็ดของทั้งคู่ น่าจะพาเบียดกันอย่างสนุกได้ โดยผลที่คาดคือ ยูท่าห์ แจ๊ส ชนะ เดนเวอร์ นักเก็ตส์ 4-3

     2. บรู๊คลิน เน็ตส์ – โตรอนโต แร็พเตอร์ส (0-1)

               ถือว่าเป็นปีที่ซวยหนักของบรู๊คลินที่พวกเขาไม่อาจใช้ซุปเปอร์สตาร์ของทีมได้แม้จะเข้าเพลย์ออฟ ทั้งเออร์วิ่งและเคดีที่ปิดฤดูกาลจากอาการบาดเจ็บไปเป็นที่เรียบร้อย รวมถึงผู้เล่นแกนหลักคนอื่น ๆ ที่ไม่เข้าร่วมแข่งขันจากการตัดสินใจส่วนตัวทั้งดินวิดี้, จอร์แดน, แชนด์เลอร์, ปริ๊นซ์ ทำให้แกนหลักพวกเขาตอนนี้เหลือน้อยมาก จะพอหวังพึ่งพาได้ก็คงจะเป็นอดีตแชมป์สามคะแนนออลสตาร์อย่างโจ แฮร์ริส ที่ฟอร์มก็ไม่คงที่นัก หรือดาวรุ่งอย่างคาริส เลเวิร์ท ที่เกือบพาพอร์ตแลนด์กลับบ้านก่อนกำหนด รวมถึงเจ้าหัวฟูอย่างจาร์เร็ต อัลเลน ที่ต้องพยายามช่วยกันเค้นฟอร์มพาทีมสู้ต่อ แต่โชคดีที่พวกเขาไปเซ็นจามาล ครอว์ฟอร์ด ตัวมากประสบการณ์ที่ว่างงานอยู่พักใหญ่มาร่วมทีม ทำให้ทีมมีตัวเลือกผู้เล่นมากขึ้น ในขณะที่ฝั่งโตรอนโต แรพเตอร์ส ปีนี้แม้ไม่มีคาไวห์ เลนนาร์ดที่ย้ายไปอยู่คลิปเปอร์สแล้ว แต่ทว่านิค เนิร์สก็ยังพาลูกทีมที่มีเข้าสู่เพลย์ออฟได้สำเร็จ แน่นอนว่าการกลับมาป้องกันแชมป์ในปีนี้ เป็นไปได้ยากมากเมื่อเทียบกับทีมอื่น  แต่พวกเขาก็ยังพอมีลุ้นชิงแชมป์สายได้บ้าง โดยในซีรีส์นี้พวกเขาไม่มีผู้เล่นเจ็บเลย ยกเว้นแต่แพทริค แมคคอร์ การ์ดสำรองที่ไม่ได้มีบทบาทมากมายนัก และอดีตสำรองคนสำคัญอย่างเฟร็ด แวนวลีท ในฤดูกาลนี้ก็ได้รับบทบาทตัวจริงเต็มตัวมากขึ้น และทำท็อปสกอร์ได้บ่อยครั้ง ผู้เขียนคาดว่าซีรีส์นี้น่าจะออกมาด้วยผลชนะขาดลอย และพลพรรคไดโนเสาร์คงมีเวลาพักมากก่อนที่จะไปเจอรอบต่อไป โดยผลที่คาดคือ บรู๊คลิน เน็ตส์ แพ้ โตรอนโต้ แร็พเตอร์ส 0-4

      3. ฟิลาเดเฟีย 76ers – บอสตัน เซลติกส์ (0-1)

               ซิกเซอร์สมีปัญหาค่อนข้างใหญ่เมื่อ ”บิ๊กเบน” เบน ซิมม่อนส์ การ์ดยักษ์จอมตะลุยคนสำคัญมีปัญหาอาการบาดเจ็บเข่า และยังไม่มีกำหนดคืนสนาม ทำให้ภาระตอนนี้ตกไปอยู่กับเอ็มบีดแทบจะเต็ม ๆ เพราะตัวหลักในทีมเขาแต่ละคนฟอร์มเอาแน่เอานอนไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นโทเบียส แฮร์ริส, จอร์ช ริชาร์ดสัน หรือแม้แต่อัล ฮอร์ฟอร์ด ที่พักหลังถูกจับไปนั่งสำรองเสียแล้ว และอนาคตของเบร็ต บราวน์ก็ยังไม่แน่นอนนัก ซึ่งในเกมแรกก็เห็นเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเอ็มบีดคนเดียวแบกทีมไม่ไหวและพ่ายเซลติกส์ไปในที่สุด ในขณะที่เซลติกส์ เรียกว่าแทบจะฟูลทีมก็ว่าได้ จะขาดก็เพียงแต่กอร์ดอน เฮเวิร์ด ฟอร์เวิร์ดคนสำคัญ แต่ในตำแหน่งอื่นยังพร้อมไปด้วยเคมบา วอล์คเกอร์, มาร์คัส สมาร์ท, เจเลน บราวน์ และเจสัน เททั่ม ซึ่งซีรีส์นี้กลายเป็นการประกบคู่ออกมาได้อย่างน่าผิดหวัง เพราะขาดความสูสีจากการที่ซิกเซอร์สขาดซิมม่อนส์ไป ทำให้เซลติกน่าจะเก็บซีรีส์นี้ได้ไม่ยากนัก โดยผลที่คาดคือ ฟิลาเดเฟีย 76ers แพ้ บอสตัน เซลติกส์ 1-4

       4. ดัลลัส แมฟเวอริกส์ – แอลเอ คลิปเปอร์ส (0-1)

               ปีนี้ริค คาร์สไลน์ทำผลงานได้อย่างดี เมื่อพาลูกทีมจบอันดับเจ็ดฝั่งตะวันออก อย่างไรก็ตามก็ต้องชื่นชมลูกทีมที่มีศักยภาพที่ดีด้วยนั่นเอง ทั้งการ์ดหน้าหยก ลูก้า ดอนซิซ เจ้าหนูมหัศจรรย์ที่เรียกว่าแทบจะเป็นทุกอย่างของทีม หรือการกลับมาของ “ยูนิคอน” คริสแทปส์ พอร์ซิงกิส ทำให้วงในหนาขึ้นและยังมีเซ็นเตอร์สำรองทีเด็ดอย่างโบบันคอยหมุนเวียน ในขณะที่น้องชายของซุปเปอร์สตาร์คนดัง เซท เคอร์รี่ ปีนี้ก็ผลงานกลับมาได้อย่างแม่นยำในการยิงสามคะแนน แม้ฟอร์มจะไม่ต่อเนื่องนัก แต่นับว่าเป็นส่วนสำคัญที่พาพวกเขาเข้าสู่อันดับเจ็ดได้ แต่งานรอบแรกเพลย์ออฟของพวกเขากลับต้องมาเจอกระดูกชิ้นโตอย่างคลิปเปอร์ส ที่นำทัพมาด้วยสองสตาร์อย่าง PG13 และคาไวห์ เลนนาร์ด ทั้งยังประกอบไปด้วยลูกทีมที่ร้อนแรงได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ทั้งมอนเทรส แฮร์เรลและลู วิลเลี่ยมส์ ภายใต้การคุมทีมของยอดโค้ชมากประสบการณ์อย่างด็อก ริเวอร์ส ซึ่งก็คาดว่าพวกเขาจะพาทีมเก็บซีรีส์นี้ไปได้แบบมีลุ้นบ้าง โดยผลที่คาดคือ ดัลลัส แมฟเวอริกส์ แพ้ แอลเอ คลิปเปอร์ส 2-4

(Visited 31 times, 1 visits today)
No...n

No...n

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments